โบรกเกอร์ Exness รีวิว
โบรกเกอร์ Exness มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร และมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายว่าควรเลือกโบรกไหนที่จะลงทุนและไม่โดนเอาเปรียบ เทรดอย่างปลอดภัย ติดปัญหาก็สามารถแก้ไขได้ทันที
Exness มีฐานลูกค้าเป็นอย่างไร เรื่องของการได้รับใบอนุญาตดำเนินการนั้นได้รับมาจากที่ไหน ค่าใช้จ่ายในการเทรดมากหรือน้อยอย่างไร ประเภทบัญชีเทรดมีกี่แบบ เงื่อนไขการเทรดเป็นอย่างไรบ้าง และการให้บริการลูกค้ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจในการเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่จะเทรดด้วย เลือกโบรกที่ดีทำให้เราง่ายขึ้น ในทุกๆเรื่อง
Exness กับคนไทย
Exness เป็นอีกหนึ่งโบรกเกอร์ Forex ที่คนไทยรู้จักกันดีมาก เพราะดำเนินการมานาน มีฐานลูกค้าเยอะ และมีกิจกรรมร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อบุกเบิกและรุกตลาดในประเทศไทยมาตลอดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนั้น หน้าเว็บ Exness มีหลายภาษาให้เลือกใช้ มีฝ่ายบริการลูกค้าไม่น้อยกว่า 13 ภาษาทั่วโลกรวมทั้งภาษาไทยด้วย และสามารถทำการฝากถอนผ่านธนาคารไทยได้ทันทีทุกวันไม่มีวันหยุด
ประวัติของ Exness
โบรกเกอร์ Exness เป็นโบรกเกอร์ที่ก่อตั้งในปี 2008 โดยใช้ชื่อแยกตามประเทศที่บริษัทจดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตคือ
- Exness Limited มีฐานอยู่ใน St Vincent และ Grenadines เป็นบริษัทแม่ที่จดทะเบียนที่นั้น
- Exness UK Ltd. ได้รับใบอนุญาตโดย FCA (Finaicial Conduct Authority) ในประเทศอังกฤษ
- Exness (CY) Ltd ได้รับใบอนุญาตดำเนินการจาก CySEC (Cyprus Securities and Exchange Commision
ดังนั้นการให้บริการการเทรดก็จะขึ้นอยู่กับว่าท่านลงทะเบียนกับบริษัทไหนในเครือของโบรกเกอร์Forex Exness
โบรกเกอร์ Exness คือมีความหลากหลายของสินค้าให้ท่านได้เลือกเทรด ทั้ง Forex และ CFDs (ตอนนี้เห็นว่ามี Social trading เพิ่มขึ้นมาด้วยสำหรับนักเทรดที่ต้องการใช้บริการ copytrading) ให้บริการการเทรดผ่านแพลตฟอร์มที่นิยมเทรดกันคือ Metatrader 4/5 รวมทั้งแพลตฟอร์มอื่นๆ แล้วแต่ลูกค้าจะเลือกใช้ มีหลายประเภทบัญชีให้เลือก
สำหรับแพลตฟอร์ม Metatrder 4 มีบัญชีประเภท Cent, Mini, ECN และ Classic สำหรับแพลตฟอร์ม Metatrader 5 มีบัญชี Mini และ Classic ให้เทรดเดอร์ได้เลือกใช้ นั่นทำให้โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ Exness มีความน่าเชือถือ อีกทั้งสิ่งแวดล้อมในการเทรดก็เป็นแบบมืออาชีพ รวมไปถึงการให้บริการแบบมืออาชีพอีกด้วย

ข้อดีของโบรกเกอร์ Exness
- ฝากขั้นต่ำเพื่อเริ่มเทรดน้อยมาก ตั้งแต่ 1 ดอลลาร์: ถ้าฝากน้อยผมแนะนำให้ฝากเข้าบัญชีประเภท cent เพื่อเพิ่มปริมาณยอดเงินคงเหลือ โดยที่ท่านจะสามารถฝึกเทรดเงินจริงได้โดยไม่ต้องลงทุนเยอะ
- สเปรดถือว่าน้อย
- เรื่อง Unilimited leverage ไม่จำกัด: เทรดเดอร์ที่เข้าใจในเรื่องของ leverage สามารถใช้ประโยชน์จากจุดนี้ด้วยการลงทุนน้อยๆ แต่ได้ผลกำไรมากได้
- ไม่มีค่าคอมมิชชั่น: ต้นทุนการเทรดไปรวมอยู่ที่สเปรดเลย (ยกเว้นบัญชี ECN ที่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นแยกออกมา) ซึ่งไม่รวมถึงค่า swap สำหรับออเดอร์เปิดเทรดที่ถือข้ามวัน
- 0% สำหรับการใช้มาจิ้นในการเปิดออร์เดอร์เฮจคานกันไว้
- ฝาก ถอนง่าย สามารถฝากถอนผ่านธนาคารไทยได้สำหรับคนไทย: โดยใช้เวลาในการฝาก-ถอนไม่กี่นาที (แทบจะทันที) และมีหลายธนาคารไทยให้เลือก
รายละเอียดบัญชี
ข้อเสียของโบรกเกอร์ Exness
- การขอเปิดบัญชีเดโมเพื่อทดลองเทรด ต้องมีบัญชีจริงก่อน จึงจะขอเปิดบัญชีได้
- ยอดฝากขั้นต่ำมากเกินไป สำหรับบัญชี Classic คือตั้งแต่ 2000 ดอลลาร์
- ไม่มีโบนัส
- เรื่องของ Leverage จำกัดแค่ 1:200 สำหรับบัญชีเทรดแบบ ECN
- มีการคิดค่าคอมมิชชั่นสำหรับบัญชี ECN
- มีการใช้ 100% margin สำหรับการเปิดคานออร์เดอร์ที่เปิดอยู่สำหรับบัญชี ECN
- มีการปรับเปลี่ยน leverage ก่อนช่วงประกาศข่าวสำคัญ 15 นาทีและหลังประกาศไปแล้ว 5 นาที และก่อนตลาดปิดทำการอีก: โดยจะลดมาเป็น 1:200 (แต่ก็จะมีข้อความมาทาง Mailbox ของ Metatrader ของค่าเงินที่จะโดนลด Leverage ก่อนมีข่าวนั้นๆ) ซึ่งอันนี้ทำให้นักเทรดที่เปิดออร์เดอร์โดยใช้ Leverage ช่วยเยอะๆ ต้องคอยบริหารให้ดีๆ ไม่งั้นอาจจะกลายเป็นการสูญเสียเงินในพอร์ตของท่านได้ โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะข่าวก็มีทั้งวันเดี๋ยวลดเดี๋ยวเพิ่มเทรดแล้วทำให้กังวลตลอด
- ชาร์ตไม่ใช่ New York close
ความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ Exness
เรื่องความน่าชือถือของโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ Exness นั้นสามารถดูได้จากหลายอย่าง ทั้งภาพลักษณ์ การขยายการลงทุน เรื่องของเนื้อหาที่นำเสนอซึ่งมีถึง 18 ภาษา มี Support ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง 5 วันทำการที่มากถึง 13 ภาษา มีการแยกเงินทุนของลูกค้า ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2008 ได้รับใบอนุญาตดำเนินการทั้งของ FCA ของประเทศอังกฤษ และ CySEC ของประเทศไซปรัส และมีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
การจดทะเบียนองค์กรควบคุมของ Exness
- ใบอนุญาตของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งไซปรัส (Cryprus Seucrities and Exchange Commission) เลขที่ 178/12
- ใบอนุญาตดำเนินการจาก FCA (Finaicial Conduct Authority) จากประเทศอังกฤษ เลขที่ 730729


สเปรด คอมมิชชั่นของ Exness
การคิดค่าบริการต่างกันออกไปตามประเภทบัญชีเทรด ต้นทุนหลักๆ ที่เกิดจากการเทรดที่โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ใช้คือ เรื่องของสเปรด เรื่องของค่าคอมมิชั่น และค่า swap การถือออเดอร์ที่เปิดอยู่ข้ามวัน โดยทางโบรกเกอร์ Exness ได้เสนอตามแต่ละประเภทบัญชีดังนี้
- บัญชีประเภท Cent ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
- บัญชีประเภท Mini ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
- บัญชีประเภท ECN มีค่าคอมมิชชั่น
- บัญชีประเภท Classic ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
จะเห็นว่าต้นทุนการเทรดของโบรกเกอร์ Exness จะไปรวมที่สเปรดเกือบทุกประเภทบัญชี ยกเว้นบัญชีแบบ ECN ที่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นออกมาต่างหาก ต้นทุนค่าสเปรดก็เป็นแบบลอยตัวตามราคาตลาด เริ่มที่ 0.0 pip สำหรับบัญชี ECN และ 0.01 pip ที่บัญชี Classic และเริ่มที่ 0.3 pip สำหรับบัญชี Mini ถ้าเป็นการเทรดช่วงที่ตลาดเกี่ยวกับค่าเงินนั้นๆ เปิดด้วยก็จะได้สเปรดที่ถือว่าต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์อื่นๆ ไม่นับรวมถึงต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการถือออเดอร์ข้ามวันที่ทุกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์คิดเหมือนกัน อาจแตกต่างกันเล็กน้อยถ้าไม่ใช่บัญชีแบบ SWAP Free

บทสรุป รีวิว Exness
Exness ถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่ได้ทำตลาดมานาน ยิ่งในประเทศไทยถือได้ว่าเป็นโบรกเกอร์กลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาทำตลาด มีการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นโบรกระดับ Top ในประเทศไทยก็ว่าได้ การฝากถอนง่ายสามารถฝากถอนผ่านธนาคารออนไลน์ได้เลยทันที และทำได้ตลอดแม้วันหยุดทำการ (ช้าสุดในการถอนไม่เกิน 24 ชั่วโมง)
มีประเภทบัญชีสำหรับเทรดเดอร์เริ่มต้นหรือหัดเทรดอย่างบัญชีประเภท Cent โดยยอมให้เทรดต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ แพลตฟอร์มสำหรับเทรดเป็น Metatrader ที่เทรดเดอร์ต่างก็คุ้นเคย แต่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของการลด Leverage ที่ช่วงมีข่าว เพราะอาจกระทบกับเทรดเดอร์ประเภทที่เทรดด้วยการใช้ Leverage ช่วยเป็นหลักได้ (เนื่องจากทุนน้อยแต่ต้องการผลตอบแทนมาก)
นอกจากนั้นบัญชี ECN มีข้อเสียเรื่อง leverage ได้ไม่เกิน 1:200 และ margin สำหรับการเปิด hedge คานออเดอร์ที่ถืออยู่ ส่วนบัญชี Classic ก็มีข้อเสียคือทุนขั้นต่ำมากไป เริ่มที่ 2,000 ดอลลาร์ นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของชาร์ตซึ่งชาร์ตของโบรกเกอร์ Exness ที่เสนอผ่าน Metatrader ไม่ใช่ New York Close ซึ่งจะมีผลกระทบกับเทรดเดอร์ที่เทรดแนว Price Action ได้
1. รีวิวและประเภทบัญชี โบรกเกอร์ EXNESS
ภาพรวมด้านต่างๆของ Exness อยู่ในระดับดีถึงดีเยี่ยม เช่น
- ความน่าเชื่อถือ (FCA อังกฤษ และ CySEC ไซปรัส)
- ความเร็วในยืนยันตัวตน ( 5 นาทีเสร็จ, บางโบรก 3 วันทำการ)
- ค่าบริการรวมที่ถูก (spread+commission และ swap)
- เรทฝาก-ถอนต่ำ
- การฝากถอนรวดเร็วสุดๆ
- มี Live chat 2 ระบบคือ Assistant (Bot) และ จนท.คนไทย
- จนท. Support คนไทย ซึ่งเป็นมืออาชีพ ไม่ว่าคุณจะถามไปงงขนาดไหน ก็เข้าใจและช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
- บัญชีของ Exness ที่แนะนำคือ Raw Spread MT5: เนื่องจาก ฝากขั้นต่ำ 200 USD (ถ้า MT4 ฝาก 1000 USD) ค่าบริการรวมต่ำสุด! เปิดปิดออเดอร์เร็ว เทรดลื่นไหล ระบบ server ดีสุดในกลุ่มบัญชีทั้งหมด (ข้อมูลจากการเทรดจริงทุกบัญชี)
เปรียบเทียบบัญชี Exness
ปัจจุบัน Exness มีบริการ 2 ประเภทบัญชีหลัก และ 5 บัญชีย่อย ได้แก่
- MT4 มี 2 บัญชีคือ Standard กับ Standard Cent
- MT5 มี 1 บัญชีคือ Standard
- MT4 มี 3 บัญชีคือ Raw Spread, Zero, และ Pro
- MT5 มี 3 บัญชีคือ Raw Spread, Zero, และ Pro
ประเภทบัญชีของ EXNESS
เป็นบัญชีที่ฝากขั้นต่ำน้อยที่สุด คือ 1 $ แต่ก็แลกมาด้วยค่าบริการรวมแพงกว่ากลุ่มบัญชี Pro กลุ่มบัญชีนี้เทรดค่อนข้างหน่วงกว่ากลุ่มบัญชีสำหรับมืออาชีพ เช่น เวลาตั้ง TP SL โดยการดึงเส้นกราฟจะรู้สึกหน่วงประมาณ 1-2 วินาที โดยเฉพาะช่วงกราฟวิ่ง
1. Standard
เป็นบัญชียอดนิยมของ Exness ซึ่งเหมาะสำหรับการเทรดทุกรูปแบบ เงินฝากขั้นต่ำ 1 USD ค่าบริการรวมแพงกว่ากลุ่มบัญชี Pro Leverage สูงสุด ไม่จำกัด (เฉพาะ Standard บน MT4 ส่วน MT5 สูงสุด 1:2000 ดังนั้นบัญชีนี้ MT5 จึงด้อยกว่า ส่วนประเด็นอื่นๆ เท่าๆกัน)
2. Standard Cent
เหมาะสำหรับมือใหม่ ซึ่งเรียนรู้การเทรดด้วยไมโครล็อต ออก order ได้ด้วย Lot.น้อยๆ จึงทำ MM ได้ง่าย เหมาะกับการทดลองเทรด หรือทดสอบระบบเทรด, เงินฝากขั้นต่ำ 1 USD, ค่าบริการรวมแพงกว่ากลุ่มบัญชี Pro, Leverage สูงสุด ไม่จำกัด, เครื่องมือการซื้อขายมีเฉพาะ คู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ โลหะ (ซึ่งพอเพียงแล้ว)

บัญชีนี้ใช้ระบบเงินเทรดเป็น USC (เซ็นต์สหรัฐ) ทำให้ออก order ได้น้อย ซึ่งแน่นอนก็จะเทรดได้เงินน้อยและเสียเงินน้อยด้วย จึงเหมาะเทรดแทนบัญชี Demo เพราะให้อารมณ์ที่สมจริงกว่าเงินปลอม
ข้อดี – ข้อเสีย โบรกเกอร์ Exness
| ข้อดี exness | ข้อเสีย exness |
| • มีความมั่นคงสูง และคนไทยนิยมมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศ | • ยอดฝากขั้นต่ำของกลุ่มบัญชีสำหรับมืออาชีพใน MT4 มากไป (คือฝากขั้นต่ำ 1000 ดอลลาร์) |
| • มีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง (เป็นเว็บที่ฟัง และปรับปรุงตาม Comments ของลูกค้า) | • ไม่สามารถฝากผ่าน VISA และ Mastercard ได้ |
| • ฝาก-ถอนง่าย สามารถฝากถอนผ่านธนาคารไทยได้ ฝาก : เงินเข้าทันที , ถอน : รับเงินทันที (มีช้าบ้างแต่ไม่เกิน 4 ชม.) มีหลายธนาคารไทยให้เลือก (แบบพอเพียง) | • ไม่มีโบนัส (Exness อ้างว่าเอาไปเน้นเรื่อง ลดค่า commission และ spread และเพิ่มการ support ในด้านอื่นๆ ซึ่งส่วนตัวผมชอบไอเดียนี้) |
| • รองรับการฝากถอนผ่าน NETELLER, Perfect Money, WebMoney, และ Skrill | • ระบบไม่ค่อยเสถียรในบางครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาผันผวนแรงๆ ช่วงข่าวสำคัญๆ ช่วงคนมีออเดอร์มากๆ โดยเฉพาะกลุ่มบัญชีมาตรฐาน และบัญชี Zero (อันนี้ผมมองเป็นจุดอ่อนของเขาที่สุด) |
| • ไม่มีค่าธรรมเนียมการฝากเงิน-ถอนเงิน และ เรทฝาก-ถอน เป็น 0: ฝาก 100 USD ถอนออกก็ยังได้ 100 USD เท่าๆเดิม (จะได้เพิ่มหรือลดลง ตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เปลี่ยนแปลงไป) | • เว็บเข้าไม่ได้ ในบางครั้ง |
| • ค่าบริการรวม (Spread + Commission) ต่ำมาก โดยเฉพาะบัญชี Raw Spread | • การเปิดบัญชีเดโมเพื่อทดลองเทรด ต้องมีบัญชีจริงก่อน (ขี้เหนี๋ยวไปหน่อย) |
| • Exness ฝากขั้นต่ำน้อยมาก ตั้งแต่ 1 ดอลลาร์: แต่…เขาตั้งมาให้ดูดีครับ เทรดจริงๆ ควรฝากมากกว่า 30 USD ( 1 $ มันจิ๋วหริ๋วเดียว ตามความเป็นจริงคงมีน้อยคนมากที่จะฝากแค่นั้น) และควรเริ่มที่บัญชี stand cent ก่อนครับ เพื่อฝึกเทรดเงินจริง | • หลังจากไม่ได้ทำการเทรด 90 วัน และมียอดเงินต่ำกว่า 5 USD บัญชี Exness จะถูกระงับการใช้งาน (แต่สามารถกู้คืนได้) แต่บัญชีทดลองเมื่อไม่เทรดเป็นเวลา 180 วันและมีเงินคงเหลือน้อยกว่า 50 USD จะถูกลบออกจากระบบ |
| • เลเวอเรจ 1:2000 (บัญชี MT5) และ Unilimited leverage (เลเวอเรจ ไม่จำกัด ในบัญชี MT4): สามารถใช้ประโยชน์จากจุดนี้ด้วยการลงทุนน้อยๆ แต่ได้ผลกำไรมากได้ แต่นั่นแปลว่าการล้างพอร์ตก็จะง่ายตามมาด้วย | |
| • Platform การเทรดหลักๆครบ มี MT4/MT5 ให้เทรดบน PC , Mobile MT4/MT5, และ Website (MT4 WebTerminal) | |
| • มีการชี้แจงปริมาณการซื้อขายทั้งหมดของโบรก (เพราะหลายโบรกไม่ให้ข้อมูลนี้) | |
| • เปิดบัญชีภายใน (เปิดบัญชีเทรดเพิ่ม) ได้ง่าย | |
| • รองรับ EA ทุกรูปแบบ | |
| • Exness มี FREE VPS ที่ไว้คอยบริการเทรดเดอร์สำหรับในการรัน EA อีกด้วย | |
| • มีระบบ Social Trading ลงทุนโดยใช้กลยุทธ์ของคนอื่น หรือ แชร์กลยุทธ์ตัวเองเพื่อสร้างรายได้ | |
| • บริการ Live Support ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน และเจ้าหน้าที่ บริการตอบคำถามได้ดีมาก แก้ปัญหาให้เราได้จริงๆ | |
| • สามารถเทรดค่าเงิน USDTHB ได้ (สำหรับนักลงทุนที่เชี่ยวชาญค่าเงินบาท) |
แนะนำบัญชีที่ดีที่สุดของ Exness สำหรับผู้เริ่มต้นเทรด Forex
Raw Spread MT5: เนื่องจาก มีข้อโดดเด่นจากบัญชีอื่นๆคือ
- ค่าบริการรวมต่ำสุด! เมื่อเทียบกับทุกๆบัญชี
- เปิด-ปิดออเดอร์เร็ว เทรดลื่นไหล ระบบ server ดีสุดในกลุ่มบัญชีทั้งหมด (ข้อมูลจากการเทรดจริงทุกบัญชี)
- ฝากขั้นต่ำ 200 USD ซึ่งเป็นยอดฝากเริ่มต้นที่ไม่สูงมากนัก (ถ้า MT4 ฝากขั้นต่ำ 1000 USD)

2. การเปิดบัญชี EXNESS
สมัยก่อนการเปิดบัญชีง่ายมาก แต่ปัจจุบันซับซ้อนขึ้น (พบว่าเริ่มเป็นกันทุกโบรกเกอร์ เนื่องจากระบบ license ที่บังคับตามกฎเกณฑ์มากขึ้น)
สอนเปิดบัญชีโบรกเกอร์ Exness step by step


ระบุเครื่องมือทางการเงินที่มักเทรด
ระบุเงินที่ต้องการลงทุน (ใส่ไปพอประมาณ / ตามจริง ไม่มีผลอะไร)

ระบบ Exness จะส่ง รหัสตัวเลขมาให้ทางโทรศัพท์ ให้ทำการกรอกตัวเลขให้ถูกต้องจากนั้นกรอกข้อมูลส่วนบุคคลให้ครบถ้วน
ระบบจะแจ้งว่า “หากคุณต้องการฝากเงินเพิ่ม คุณจะต้องยืนยันบัญชีให้ครบถ้วน โดยการส่งเอกสารยืนยันตัวตนและเอกสารยืนยันที่อยู่ให้กับเรา”


เลือก / แนบเอกสารยืนยันที่อยู่

รอจริงประมาณ 5 นาที (เร็วมาก บางโบรกต้องรอ 3-4 วันทำการ โดยเฉพาะโบรกเกอร์ยอดนิยมในต่างประเทศที่ไม่ได้ทำตลาดในไทย)เลือกโหลดตาม Platform ได้ที่นี่ หรือ โหลด MT4 for PC คลิ๊กที่นี่
เข้าไปที่หน้าแรกแล้วโหลด Platform ได้ที่เมนู เครื่องมือ
3. การฝาก – ถอนเงิน EXNESS
ผมจะทดลองฝากแล้วถอนเงินเลย จำนวน 100 $ ให้ดูกันครับ จะได้ดูเรทฝาก-ถอนด้วยว่าเงินเราแทบไม่ได้หายไปกับการฝากถอนเลย
ขั้นตอนการฝากเงิน
เข้าไปที่หน้า บัญชีของฉัน / กดปุ่ม ฝากเงิน
ผมจะทดลองฝากผ่าน ธ.กรุงไทย ดังนั้นให้กดปุ่มนี้ครับ “การชำระเงินผ่านธนาคารออนไลน์ในประเทศไทย”
ใส่ข้อมูลจำนวนเงินที่จะฝาก (เวลาฝาก ฝากเป็นบาท เวลาถอนจะถอนเป็น USD)
ตรวจสอบข้อมูลและยืนยัน
เลือก ธนาคารที่ฝาก
ฝากเงินเมื่อ ค่าเงินบาท = 30.0253 บาท / 1 USD (ผมทำข้อมูลเพื่อคิด เรทฝากถอน)ฝาก 3,008 บาท ได้ = 100.182 USD




โอนเงินเสร็จเรียบร้อย
เงินเข้า 99.99 USD (หายไปเพราะช่องว่างของเวลาที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรามีการเปลี่ยนแปลงแบบ Real time)
ระยะเวลาการฝากแล้วได้รับเงิน
เงินเข้าแบบทันที (เร็วมาก ไม่ผิดหวังเลย) ซึ่งทางโบรกเกอร์ Exness แจ้งว่าเงินจะเข้าไม่เกิน 4 ชั่วโมง (หากเกินให้ติดต่อ Support ได้ทันที) ทั้งนี้ความเร็วของเงินฝากที่จะเข้าบัญชีเทรดขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของการทำรายการในช่วงเวลานั้นๆ (ช่วงเวลาเช้าๆ ดีที่สุด ถ้าบ่ายคนเริ่มเทรดกันแล้ว เงินอาจเข้าช้าได้)
ขั้นต่ำสุด/ขั้นสูงสุด ของการฝากถอนเงิน
ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อหนึ่งวัน ขั้นต่ำ 1$ สูงสุด 9,600 USD
ขั้นตอนการถอนเงิน
กดถอนเงินในบัญชีที่ต้องการถอน
เลือก การชำระเงินผ่านธนาคารออนไลน์ในประเทศไทย
ระบุจำนวนที่ต้องการถอน (เวลาฝากเป็นบาท เวลาถอนเป็น USD)
ถอนเงินเมื่อ ค่าเงินบาท = 30.0085 บาท / 1 USD (ผมทำข้อมูลเพื่อคิด เรทฝากถอน)ดังนั้น ถอน 99.99 USD จะต้องได้ = 3,000.55 บาท

ระบุชื่อธนาคาร / หมายเลขบัญชี / ชื่อเจ้าของบัญชี
ทำรายการเรียบร้อย
ระยะเวลาการถอนเงิน
Exness ถอนเงินแล้ว ได้รับเงิน ทันที !!โดยปกติแล้วการทำรายการถอนเข้าธนาคารไทยยอดเงินจะเข้าทันที และไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังจากระบบยอมรับ (ถ้าเกินรีบแจ้ง Support ครับ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นในการทำธุรกรรม
เรทฝาก-ถอน
เงินเข้าบัญชี 3001.75 บาท (ตามคำนวณ 3,000.55 บาท ยอดที่เพิ่มขึ้น เพิ่มจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ไม่คงตัว)* และเมื่อนำข้อมูลหน้าสรุปรายการบัญชีธนาคารมาคำนวณ เงินออก -3,008.00 บาท เงินเข้า +3,001.75 บาท ดังนั้นเงินหายไป 6.25 บาท หรือหายไปเพียง 6.26 บาท /30.0085 บาท/USD = 0.2 USDนั่นคือ ฝาก 100 USD ถอนได้มา 99.98 USDเข้าดังนั้นโบรกเกอร์ Exness จะเรียกได้ว่าไม่มีเรทฝากถอน (เงินที่หายไปมาจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เปลี่ยนแปลงไป โดยตอนฝาก = 30.0253 บาท / 1 USD, ตอนถอน = 30.0085 บาท / 1 USD
ซึ่งบางโบรกเกอร์ มีเรทฝากถอนถึง 12 % นั่นแปลว่ายังไม่ได้เทรดเลย คุณก็เหมือนเสียเงินไปแล้วถึง 12% สมมุติคุณฝาก 10,000 บาท แปลว่าเงินคุณหายไปโดยไม่ได้เทรดแล้ว 1,200 บาท






